June 20, 2019
  • 11:04 am เจ้าพ่อดักปล้น ถือดาบไล่ฟันชาวบ้าน หาเงินซ่อมหลังคารั่ว ฝนตกศาลเปียกอยู่ไม่ได้
  • 11:03 am แพท ณปภา ยอมรับ ไม่มีเวลาพาลูกไปเจอพ่อ
  • 11:01 am หนุ่มประกาศ ต้องการรถเข้าฉาก FF9 ค่าตัวคันละ 1.5 ล้าน
  • 10:59 am มาร์กี้เผยชุดวันพีท ที่ใส่ไปทะเล งานนี้ชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด
  • 10:58 am ทนไม่ไหว น้องอร ตอกกลับ หลังศิริพร บอกเห็นจูบกันคาบ้าน งานนี้เหมือนหนังคนละม้วน (คลิป)

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 มิถุนายน 2562 เภสัชกรพิฑูรย์ ชุมแวงวาปี เภสัชกรปฏิบัติการ โรงพยาบาลอุบลรัตน์ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจสอบบัตรพลัง แก้โรค หลังชาวบ้านซื้อจากตัวแทนอ้างนำมาแตะตัว แหว่งในน้ำ หรือเอาแก้วน้ำมาวางแล้วนำไปดื่มจะหายจากอาการป่วยหลายโรค 1 บัตรใช้ได้นาน 10 ปี พบชาวบ้าน 40 – 50 รายซื้อมาใช้ในราคาใบละ 1,100-1,500 บาท เบื้องต้นพบเป็นบัตรแข็งธรรมดา ไม่น่ารักษาโรคได้

จากการที่มีกระแสข่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านศาลาดิน ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น หลังชาวบ้านมีการซื้อขาย บัตรสมาร์ทการ์ด ที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังมีสรรพคุณในการรักษาโรค โดยเฉพาะอาหารปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยวิธีการใช้คือนำบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือ นำแก้วน้ำไปวางบนบัตร และ นับ 1 ถึง 10 จากนั้น นำมาดื่มและอีกวิธีหนึ่งคือ การนำเอาบัตรไปแหว่งในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถช่วยอาการปวดให้ทุเลาลงได้ ทำให้มีชาวบ้านหลงเชื่อซื้อหามาใช้ โดยมีตัวแทนซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านนำมาขายในราคา 1,100-1,500 บาท

เภสัชกรพิฑูรย์ ชุมแวงวาปี เภสัชกรปฏิบัติการ โรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ชอนแก่น กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องดังกล่าวจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสุขสำราญและเจ้าหน้าที่จากอำเภออุบลรัตน์ลงพื้นที่บ้านศาลาดิน หมู่ 7 เพื่อสอบถามชาวบ้านที่มีบัตร และจากการตรวจสอบบัตรและสอบถามเบื้องต้นพบว่า บัตรดังกล่าวเป็นบัตรแข็งธรรมดามีลักษณะและขนาดคล้ายบัตร ATM ทั่วไปมองดูด้วยตาเปล่าไม่น่ามีพลังอะไรที่จะทำให้บรรเทาจากการอาการเจ็บป่วยหรืออาการปวดใดๆได้ และจากการสอบถามก็ไม่พบแหล่งที่มาหรือที่อยู่ของผู้ผลิตบัตรและชื่อที่อยู่ตัวแทน คาดว่าน่าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรง จากนี้ไปรายงานข้อมูลไปยังสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นต่อไป

ทางด้านนายทวี เพียรอินทร์ อายุ 57 ปี หนึ่งในชาวบ้านบ้านศาลาดิน หมู่ 7 ที่ได้บัตรมาเล่าว่า เมื่อวันที่ 8-9 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เข้าไปอบรมกับบริษัทบริษัทขายบัตรที่สวนสัตว์เขาสวนกวางเป็นเวลา 2 วัน ส่วนใหญ่จะอบรมเรื่อขายตรง จากนั้นได้ให้บัตรที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังมา 5 ใบให้จ่ายเงิน 4,400 บาทพร้อมบอกสรรพคุณว่าเป็นบัตรที่มีพลังสามารถนำไปใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายวิธี ทั้งนำไปแปะที่ปวด แช่น้ำเปล่าแล้วนำมาดื่มหรือนำแก้วใส่น้ำมาวางบนบัตรแล้วนำไปดื่ม โดยบัตร 1 ใบใช้ได้นาน 10 ปี หลังได้บัตรมาจึงนำมาใช้แปะที่หลังเนื่องจากตนมีอาการปวดหลังมานาน อาการดีขึ้น จึงบอกต่อและขายให้กับเพื่อนบ้านไป 1 ใบ

“ผมซื้อมาทั้งหมด 5 ใบ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข มาขอความร่วมมือให้หยุดขายบัตรพลัง เพราะจะนำไปตรวจสอบว่าบัตรดังกล่าวรักษาโรคไดจริงหรือไม่ จึงเก็บเอาไวใช้เอง 2 ใบ ที่เหลืออีก 3 ใบ ก็จะเก็บไว้ใช้เอง อีกทั้ง บริษัทก็ประสานมาว่าจะลงพื้นที่ มาทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วย”

ขณะที่ นางวรรณา แสงหา อายุ 76 ปี ชาวบ้านศาลาดิน หมู่ 7  ผู้ที่พบเห็นการใช้บัตรพลัง กล่าวว่า ลูกสาวมีอาการปวดหลังมานาน ไปหาหมอก็ไม่หายซักที เดินเหินก็ลำบากแต่เมื่อซื้อบัตรพลังนี้มาใช้แปะที่หลังตรง จุดที่ปวดอาการปวดก็ทุเลาลง ตนจึงสนับสนุนเพราะหากใช้แล้วอาการปวดที่เรื้อรังมานานบรรเทาลงก็ไม่เสียดายเงินเพราะสงสารลูกต้องทนกับอาการปวดมานาน

ขณะที่นายหนูเพียร นารีจันทร์ อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านศาลาดินหมู่ 7 บอกว่า บัตรพลังเริ่มเข้ามาในหมู่บ้านและหมูบ้านใกล้เคียงมาประมาณ 1-2 เดือน โดยมีตัวแทนจากบริษัทมาชักชวนให้ชาวบ้านสมัครเป็นตัวแทนและชักชวนสมัครเป็นสมาชิกและเชิญเข้าไปอบรม เห็นชาวบ้านสนใจไปร่วมกันก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่านอกจากจะรักษาอาการป่วยให้ทุเลาลงได้ ยังมีรายได้จากการขาย ซึ่งภรรยาตนก็ซื้อบัตรนี้มาใช้ โดยซื้อต่อจากชาวบ้านที่ไปอบรมแล้วนำมาใช้เนื่องจากมาอาการปวดเมื่อยตามแขนขา นอกจากนี้ยังใช้กับลูกเมื่อมีอาการท้องผูกปวดท้องจึงนำมาแปะบริเวณที่ปวด อาการก็ทุเลาลง จนกระทั่งมีข่าวออกมา ซึ่งได้รับการประสานงานจากปลัดอำเภอให้ลงตรวจสอบและรายงาน

ในขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบัตรพลัง ที่ชาวบ้านได้มาพบว่ามีขนาดเท่าบัตร ATM ทั่วไปบนบัตรระบุรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ LA Genius จากบริษัท PT LIVING ACTIVE GENIUS INDONESIA นอกจากนี้บนบัตรยังมี QR code แต่เมื่อสะแกนไปไม่พบข้อมูลใดๆ มี 2 ชนิด สีแดงและสีฟ้า-เขียว ชาวบ้านบอกว่าสีฟ้า-เขียวจะมีพลังมากกว่า หลังมีข่าวออกไปชาวบ้านยังบอกว่ามีตัวแทนบริษัทฯ ติดต่อเข้ามาเพื่อมาทำความเข้าใจและยังบอกว่าที่ข่าวออกไปไม่เป็นความจริง

ภาพข่าวโดย นัสฐริกา ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

RELATED ARTICLES