October 25, 2020
  • 10:12 am เผยความหมายของ ในหลวง ร.10 ตรัสทักทาย กล้ามาก เก่งมาก ขอบใจ
  • 9:15 am หนุ่มโพสต์ผูกเชือกรองเท้าให้แฟน หลังมีคนว่าไม่เหมาะสม
  • 9:07 am ด.ช.วัย 15 รถคว่ำเสียชีวิต แม่บริจาคอวัยวะลูก ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยได้ 5 คน
  • 9:03 am มิค สุดดีใจ เบนซ์ ให้กำเนิดบุตรแล้ว
  • 9:01 am พ่อแม่ เลี้ยงเดี่ยว เตรียมเฮ พม เปิดโครงการใหม่ แบ่งเบาภาระ

ในวันนี้ทางมุมข่าว มีเรื่องราวที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านที่รักตัวเอง และท่านที่มี นน เกินที่กินเท่าไหร่ก็ไม่เคยออกกำลังกายเลยสักครั้ง เรื่องราวในวันนี้อาจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดแล้วหันกลับมารักตัวเองเลยก็ได้ค่ะ ซึ่งเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของ คุณ จอย ขนิษฐา จันทร์ศิริ ซึ่งเธอเคยอวบถึง 100 กก แถมยังเป็น เธอมีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะเดินเหินไม่สะดวก จนถึงวันที่รู้สึกไม่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้แล้ว จนวันหนึ่งถึงเวลาต้องเปลี่ยนตัวเอง สามีคุณจอยบอกว่า ถ้าเรายังอยากอยู่ด้วยกันนานๆ เรามาเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตกันใหม่เถอะ มาสู้ไปด้วยกัน แม้ว่ามันจะยากก็ต้องทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเดียว

เราเริ่มต้นด้วยการควบคุมอาหารเป็นอันดับหนึ่ง ในช่วง 2 เดือนแรก คุมกันเกือบทุกมื้อ หวาน มัน เค็ม เลี่ยงได้คือเลี่ยงเลย และต่อมาก็ค่อยๆปรับ เริ่มด้วยการเดิน จอยเดินอยู่เป็นเดือน จนเริ่มลงเรื่อยๆ จาก 90 เป็น 80 เป็น 75 กก แล้วน้ำหนักก็หยุดนิ่งเกือบเดือน ทำให้จอยท้อมากๆ ผมเลยบอกให้จอยลองเริ่มวิ่ง ซึ่งมันยากมากๆ วันแรกวิ่งได้แค่ 100 เมตรก็ท้อ เหนื่อย หายใจไม่ทัน ก็เลยหยุดวิ่ง เมื่อ นน ไม่ลง ก็ต้องเปลี่ยนกิจกรรม ที่จอยชอบแทนเพื่อจะดีขึ้น

เลยไปเต้นแอโรบิกแทน จอยเต้นจน นน ตัวลดลงมาอีกจนถึง 70 กก คราวนี้กำลังใจมาเต็มเปี่ยม ผมเลยชวนกลับมาวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้วิ่งไกลขึ้น วิ่งได้ถึง 1 กิโลเมตรครึ่ง และก็วิ่งมาเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 กม เพิ่มเรื่อยๆ ตามกำลังที่พอไหว จน นน ลดลงอีกจนถึงเลข 6 ซึ่งจอยไม่เคยไปถึงเลข 6 เลย ตั้งแต่ไม่สบาย ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น พร้อมไปต่อสุดๆ กลายเป็นชอบวิ่งมากๆ วิ่งเช้า วิ่งเย็น คุมอาหารควบคู่ไปด้วย จนเปลี่ยนวิธีชีวิตไปเลยก็ได้

พอถึงเวลาไปหาหมดตามนัด จนเริ่มดีขึ้น กำลังใจมันก็มาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะเปลี่ยน หันมารัก ดูแลตัวเอง ก่อนที่มันจะสายเกินไป มาบอกรักตัวเองด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหารกันเถอะ

วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาจริงๆ กับสิ่งที่หมอบอกผมกับจอย เป็นการหาหมอที่คุ้มค่า คุ้มเวลาที่สุด ใจมันพองโต ตื่นเต้นไปหมด เมื่อได้ยินหมอพูดมาประโยคนึงว่า ตั้งแต่หมอตรวจคนไข้มาถึงทุกวันนี้ มีแค่ 10 คน ที่ทำได้ รักษาหายได้ด้วยตัวเอง ค่าทุกอย่างปกติมากๆ ดีขึ้นทั้งน้ำหนัก ทั้งค่าต่างๆ ลดลง เพราะฉะนั้น คุณจอยไม่ต้องหาหมออีกต่อไปแล้ว คุณหายเป็นปกติด้วยพฤติกรรมตัวเอง ขอบคุณคำแนะนำดีๆ และความรู้ต่างๆ จากคุณหมอ อรรถสิทธ์ โนวังหาร ขอบคุณจากใจเราสองคน

1 ปี 5 เดือน มันช่างคุ้มค่าเป็นที่สุด นน จอยลดมาจาก 90 กก ตอนนี้เหลือ 51 กก รูปร่างสมส่วน เอวเดิม 40 นิ้ว ทุกวันนี้ เอว 26 นิ้ว เหมือนได้ชีวิตใหม่ มีความสุขที่สุดจริงๆ รักใครให้ชวนออกกำลังกายนะครับ

แรงบันดาจใจของคนคนนี้ ผ่านเรื่องราวบนเหรียญ ทุกอย่างไม่มีคำว่าสายถ้าเริ่มลงมือทำ ก้าวแรกคือก้าวที่สำคัญ ถ้าใจพร้อมก็พยายามจนได้ ไม่เสียดายเวลาและเงินที่ลงกิจกรรมงานวิ่งต่างๆเลย เพราะผลของมันชัดเจนมาก หนึ่งปีที่ผ่านมาทำให้รู้ว่า กำแพงบ้านฝาบ้านจะไม่มีที่แขวนเหรียญแล้ว ถ้วยรางวัลที่ได้อาจไม่ใช่งานใหญ่โตหรืองานที่มีนักวิ่งแถวหน้า แต่ก็เป็นงานที่ทำให้มีกำลังใจในการก้าวต่อไป เราจะไม่หยุด

ซึ่งคุณจอยได้โพสต์ลงในกลุ่ม วิ่งไหนดี พูดคุยภาษาวิ่ง เป็นเฟสบุ๊คของกลุ่มคนที่ชอบการวิ่ง โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวโพสต์เล่าเรื่องราวจากการวิ่ง ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของตนไปเลย จากคนที่มีน้ำหนักเกิน กลับมาเป็นคนที่สมบูรณ์และแข็งแรง

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพก่อนและหลัง พร้อมระบุข้อความว่า วิ่งครบ1ปีแล้วคะ ขออนุญาติโพสเป็นแรงใจสักโพส ให้คนที่วิ่งเหมือนกันบ้างนะคะ ประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสกับการวิ่ง วิ่งมันดีต่อใจ ทุกวันนี้ไปหาคุณหมอก็ได้รับคำชมกลับบ้านเบิกบานทุกครั้ง ชีวิตมีความสุขขึ้นมากมายคะ เพราะ วิ่งคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรา กลับมาแข็งแรงขึ้น เราจึงรักวิ่ง วิ่งที่ไหนก็ดีทั้งนั้นคะ ถ้าเรารักที่จะวิ่งคะ หมูแข็งแรง

ที่มา ขนิษฐา จันทร์ศิริ

เรียบเรียง มุมข่าว

RELATED ARTICLES