November 14, 2019
  • 2:05 am หนุ่มBMWถูกมอเตอร์ไซค์ชนท้าย ประกันบอกค่าซ่อม 5 หมื่น
  • 1:59 am ภาพพรีเวดดิ้ง มิว นิษฐา และไฮโซเซนต์
  • 1:56 am ชมพู่ ประกาศข่าวดี เรื่องลูกคนที่ 3
  • 1:31 am อัพเดทอาการล่าสุด โย่ง เชิญยิ้ม หลังถูกหามส่งโรงบาลด่วน
  • 1:30 am เจ้าของฟอร์จูนเนอร์ ผิดแล้วหนี ล่าสุดจะเอาผิดกลุ่มพลเมืองดี

เรียกว่าสถานการณ์การเลิกจ้างงานในประเทศไทย 2562 น่าเป็นห่วงไม่น้อย หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการว่างงาน สูงที่สุดในรอบ 2-3 ปี โดยเฉพาะสถานการณ์การเลิกจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ที่พบว่า ครึ่งปีหลังมีโรงงานใหญ่หลายแห่งปิดตัวลง และลอยแพพนักงานหลายร้อยคน เหตุจากเศรษฐกิจประเทศถดถอย

ก่อนหน้านี้ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ผลพวงจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยปี 2562 มีโอกาสติดลบ 1จุด5ถึง2เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงการจ้างแรงงานของไทยที่เริ่มชะลอลงตามไปด้วย โดยเฉพาะตลาดแรงงานในภาคการผลิต การผลิตเพื่อส่งออก โลจิสติกส์ ค้าปลีกและค้าส่งที่ช่วงนี้ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยยอมรับว่าขณะนี้เริ่มมีสัญญาณการจ้างงานลดลง ประกอบกับบางส่วนปรับมาใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นทั้งหุ่นยนต์และเทคโนโลยีต่างๆ เป็นความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานโดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2563 อีกประมาณ 5แสนคน อาจต้องประสบปัญหาภาวะว่างงานสูงขึ้น ดังนั้นรัฐบาลคงต้องประคับประคองด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการบริโภคภายในแทน

สัญญาณการเลิกจ้างจะเริ่มจากมาตรการเบาไป เช่น การเริ่มไม่รับพนักงานคนใหม่ แทนตําแหน่งที่ว่างลง การใช้หุ่นยนต์ และเครื่องจักรอัตโนมัติ และหนักขึ้นเป็นการเลิกจ้างบริษัทภายนอกที่เกี่ยวกับแรงงาน การลดค่าล่วงเวลา การลดชั่วโมงทำงานหรือลดกะหรือทําบ้างปิดบ้าง การปิดไลน์การผลิตหรือปิดสาขาที่ไม่จำเป็น การลดแรงงานกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงทดลองงานไม่ถึง 4 เดือน จนถึงการให้ออกจากงานด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เปิดโครงการเกษียณก่อนเวลาหรือสมัครใจลาออก แรงงานที่มีความเสี่ยง เช่น อายุ 40 ปีขึ้นไปหรือไม่ผ่านการประเมิน นายธนิต กล่าว

ปัจจุบันแรงงานไทยมีอยู่ประมาณ 37ล้านคน ขณะที่กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักทั้งการส่งออก การลงทุน การบริโภคลดลง มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตในปี 2562 เป็นปัจจัยกดดันการจ้างงานปีนี้และต่อเนื่องถึงปี 2563 โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะมีผลต่อตลาดแรงงานในระยะต่อไป คือ การเริ่มสู่ยุคดิจิตอลที่เน้นโทคโนโลยีแทนคนเพิ่มขึ้น, เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง, เศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรชะลอตัว และการว่างงานของไทยที่ต่ำเป็นอันดับ 7 จาก 181 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นอัตราว่างงานเฉลี่ย 1จุด1ถึง1จุด2เปอร์เซนต์ แต่แรงงานไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบและมีการเข้าโครงการลาออกโดยสมัครใจ เออร์ลี่ รีไทร์ จึงไม่นับว่ากลุ่มนี้เป็นคนว่างงาน ทำให้ไทยมีอัตราว่างงานในเกณฑ์ต่ำ

RELATED ARTICLES