June 20, 2019
  • 11:04 am เจ้าพ่อดักปล้น ถือดาบไล่ฟันชาวบ้าน หาเงินซ่อมหลังคารั่ว ฝนตกศาลเปียกอยู่ไม่ได้
  • 11:03 am แพท ณปภา ยอมรับ ไม่มีเวลาพาลูกไปเจอพ่อ
  • 11:01 am หนุ่มประกาศ ต้องการรถเข้าฉาก FF9 ค่าตัวคันละ 1.5 ล้าน
  • 10:59 am มาร์กี้เผยชุดวันพีท ที่ใส่ไปทะเล งานนี้ชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด
  • 10:58 am ทนไม่ไหว น้องอร ตอกกลับ หลังศิริพร บอกเห็นจูบกันคาบ้าน งานนี้เหมือนหนังคนละม้วน (คลิป)

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพันธ์เจริญ หมู่ 12 ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เพื่อพบกับครอบครัวของ ด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม หรือน้องอาร์ม อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป ต.โนนรัง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 (สพป.นม.7) หลังได้รับการประสานจากทางสำนักงานเขตฯว่า เด็กคนดังกล่าวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก ถึงขั้นไปขออนุญาตครูประจำชั้นลาพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อไปเลี้ยงน้องอายุ 3 เดือน และอีกคนอายุ 1 ขวบ 3 เดือน เพื่อให้ตากับยายได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวที่มีหลานเล็กๆ ต้องดูแลถึง 5 ชีวิต

โดยพบว่า สภาพบ้านเป็นบ้านชั้นเดียว ก่อด้วยอิฐบล็อกไม่ได้ฉาบปูน มีนายอุทัย อยู่เย็น อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 43 หมู่ 12 บ้านพันธ์เจริญ ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของบ้าน และมีศักดิ์เป็นตา และนางแดง เต็มพิมาย อายุ 44 ปี เป็นยายของด.ช.อาทิตย์ และลูกหลานเล็กๆ อีก 5 คน รวมทั้งหมด 7 คนอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ โดยมีเด็กๆ อายุ 12 ปี, 6 ขวบ, 5 ขวบ, 1 ขวบ 3 เดือน และ 3 เดือนซึ่งคนสุดท้าย ป่วยเพดานโหว่ตั้งแต่เกิด

นางแดง เล่าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน ส่วนสามีได้เสียชีวิตไปนานแล้ว เดิมตนและลูกๆ ได้อาศัยอยู่ในบ่อขยะของเทศบาลตำบลชุมพวง อ.ชุมพวง โดยสร้างกระท่อมหลังเล็กๆ ไว้เพื่อกันแดดกันฝนเพราะไม่มีที่อยู่ และยึดอาชีพหาของเก่าในบ่อขยะขายเพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัว

ต่อมาลูกๆ ได้แยกย้ายออกไปมีครอบครัว เหลือเพียงลูกสาวคนที่ 3 คือ น.ส.ปนัดดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ที่ยังอาศัยอยู่กับแม่ ต่อมาทางเทศบาลได้ให้ตนและลูก ย้ายออกจากบ่อขยะเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ ตนก็ไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ที่ไหน เพราะว่าอยู่ที่บ่อขยะแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี จนมาพบกับนายอุทัย อยู่เย็น สามีคนปัจจุบันที่เห็นอกเห็นใจตนและลูก จึงได้มาขออาศัยที่ดินของลูกชายนายอุทัย สร้างบ้านหลังนี้อยู่

ต่อมาลูกสาวได้มีครอบครัวและมีลูกทั้งหมด 4 คน คือ ด.ช.อาทิตย์ หรืออาร์ม อายุ 12 ปี เป็นคนโต ด.ญ.สุกัญญา อายุ 6 ขวบ ด.ช.ธนภัทร อายุ 1 ขวบ 3 เดือน และ ด.ญ.เอมมิกา อายุ 3 เดือน ซึ่งแต่ละคนก็ต่างพ่อกัน ล่าสุดลูกสาวของตนหรือแม่ของเด็กๆ ได้แยกทางกับสามีคือพ่อของลูกคนสุดท้อง และได้ไปหางานทำในตัวจังหวัดนครราชสีมา ทิ้งภาระทั้งหมดไว้กับตนผู้เป็นยายกับตาเป็นคนรับผิดชอบ

ส่วนตนก็ได้มีลูกกับนายอุทัย 1 คนก็คือ ด.ช.อดิศร อายุ 5 ขวบ ซึ่งก็อยู่ในวัยที่กำลังกินกำลังนอนกันทั้งนั้น ซึ่งรายได้หลักของครอบครัวก็มาจากการคัดของเก่าที่บ่อขยะขาย ทุกวันตนและสามีก็จะต้องพาลูกและหลานๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปอยู่ที่บ่อขยะ ขณะที่ตากับยายทำงาน ด.ช.อาทิตย์ หรือน้องอาร์มจะทำหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้งหมด ที่หนักสุดก็จะเป็นคนเล็กและคนรอง เพราะอายุยังน้อย ต้องชงนมป้อนนม ตนก็สงสารหลานแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะถ้าไม่มาทำงานก็จะไม่มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งแต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าวันละ 200 บาท

จนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลานชายได้ไปขออนุญาตครูประจำชั้นคือ คุณครูปัณณทัต สิงห์วงค์ และคุณครูกาญจนา ตั้งทรัพย์ ว่าจะขอหยุดพักการเรียนไว้ 1 ปีเพื่อไปช่วยยายเลี้ยงน้อง รอปีหน้าให้น้องโตแล้วจะกลับไปเรียนใหม่

ต่อมาคุณครูทั้ง 2 ท่านเมื่อทราบเรื่องจึงได้ไปเยี่ยมบ้านตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน และได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก จึงไปปรึกษากับทางผู้บริหารโรงเรียนคือนายวัฒนา ขันแข็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและแจ้งให้ นายพีรพงศ์ สุรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 รับทราบ เพราะด.ช.อาทิตย์ เป็นเด็กค่อนข้างหัวดี มีไหวพริบเรียนดี

หลังจากทราบข่าวนายพีรพงศ์ ไม่นิ่งดูดายรีบลงพื้นที่บ้านของ ด.ช.อาทิตย์ หรือน้องอาร์ม เพื่อไปพบกับตายายและน้องๆ ของน้องอาร์มเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น โดยการร่วมมือร่วมใจจากคณะครูและบุคลากร ใน สพป.นม.7 ที่ร่วมกันบริจาคทั้งเงินสดและข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า ไปให้กับครอบครัวของน้องอาร์มเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น

นายพีรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูปว่ามีเด็กมาขอลาพักการเรียนไปช่วยตายายเลี้ยงน้อง เพราะฐานะทางครอบครัวค่อนข้างลำบาก ตนรู้สึกเห็นใจและคิดว่าเด็กก็คือเด็ก จะสามารถเลี้ยงน้องเล็กๆ ได้เท่าผู้ใหญ่ได้อย่างไร และอีกอย่างเด็กจะต้องได้เรียนหนังสือจนจบการศึกษาภาคบังคับคือ ม. 3 จึงปรึกษาหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาว่าจะทำอย่างไรเด็กถึงจะได้เรียนและผู้ปกครองก็ได้ทำงาน จึงรวบรวมเงินมาช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและขอให้น้องอาร์มไปโรงเรียนตามปกติ

ส่วนถ้าวันไหนไปไม่ได้จริงๆ ก็ให้ไปเอางานหรือการบ้านมาทำที่บ้านและให้ครูประจำชั้นเข้าไปดูบ่อยๆ เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กม. และจะปรึกษาหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป

ด้าน ด.ช.อาทิตย์ หรือน้องอาร์มกล่าวว่า ตนรู้สึกมีความสุขที่ได้ดูแลน้องๆ ถึงจะเหนื่อยบ้างแต่ก็สู้ เพราะจะได้แบ่งเบาภาระของตายายด้วย อาจจะไม่มีเวลาได้ไปเล่นเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ก็มีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ สำหรับตอนนี้สิ่งที่อยากได้ก็คือนมให้น้องทั้ง 2 คน เสื้อผ้าของใช้เด็กอ่อน เพราะที่บ้านยังขาดแคลนอยู่ ปัจจุบันน้องคนเล็กกินนมผงคาร์เนชั่น และน้องคนรองกินนมดูมิลค์

สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการจะช่วยเหลือครอบครัวของน้องอาร์ม สามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารออมสินสาขาชุมพวง ชื่อบัญชี โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป เพื่อ เด็กชายอาทิตย์ มืดคุ้ม เลขที่บัญชี 020287048340 หรือโทร. 098-187-5541 นางแดง เต็มพิมาย ยายของน้องอาร์ม.

RELATED ARTICLES