February 25, 2020
  • 2:23 pm หนุ่มเดินไปที่ท่อน้ำมัน
  • 2:22 pm กรมอุตุฯเตือน รับมือฝนฟ้าคะนอง ยาวถึง 2 มีนา
  • 2:19 pm เชฟโรเลตลั่น ไม่มีนโยบายคืนเงิน
  • 2:18 pm สาวกชาเขียวห้ามพลาด เซเว่นฯ จัดโปร ชาเขียวเย็น ปั่น 1 แถม 1
  • 2:14 pm สาวโพสต์ไปทำบุญ หลวงพ่อสมหวัง ได้เลขมาเต็มๆ

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ เกิดปัญหาขาดแคลนข้าวเหนียวในประเทศอย่างมาก และราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะภาวะภัยแล้งในหลายพื้นที่เพาะปลูกในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ผลผลิตเสียหายแล้วคิดเป็นพื้นที่กว่า 600,000 ไร่ และทำให้ผลผลิตลดลงมาก ประกอบกับ ขณะนี้เป็นช่วงรอยต่อของฤดูกาล ที่ผลผลิตข้าวฤดูกาลเก่ากำลังจะเก็บเกี่ยวหมด และข้าวใหม่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ขณะเดียวกัน ชาวนาเก็บข้าวไว้บริโภคเอง เพราะคาดว่า ผลผลิตจะลดลง ส่งผลให้ช่วงนี้ข้าวเหนียวขาดแคลนมาก และราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ทำให้ชาวนาภาคเหนือ และอีสานเก็บข้าวไว้กินเอง เพราะคาดว่า ผลผลิตข้าวเหนียวจะลดลง ถ้าไม่จำเป็นจะไม่นำออกขาย ส่งผลให้โรงสี และผู้ค้าข้าวหลายรายหาซื้อไม่ได้ และไม่มีข้าวขาย จนต้องปิดขายข้าวเหนียวชั่วคราว หรือแม้บางรายจะหาซื้อได้ ก็ต้องจำกัดโควตาการซื้อ เพื่อปันส่วนของสินค้าให้เพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

ส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นนั้น ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.61 จนถึงปัจจุบัน โดยราคาข้าวเปลือกเหนียว ปี 61 เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 9,549 บาท และทยอยปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 13,900 – 17,600 บาท ณ วันที่ 16 ส.ค.62 หรือสูงขึ้น 59.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีราคาตันละ 9,000-17,000 บาท ส่วนข้าวสารเหนียว ปี 61 เฉลี่ยตันละ 19,610 บาท และวันที่ 16 ส.ค.62 ตันละ 38,500-38,600 บาท หรือสูงขึ้น 98.20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีราคาตันละ 19,400-19,500 บาท

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือน ต.ค.-พ.ย. 62 ผลผลิตข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ปี 62/63 จะเริ่มออกสู่ตลาด ราคาข้าวเหนียวน่าจะปรับตัวลดลงได้ ซึ่งน่าจะทำให้ปริมาณผลผลิตที่ขาดแคลนจะค่อยๆ คลี่คลายลง และน่าจะทำให้ราคาปรับลดลงได้ตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยในฤดูการเพาะปลูกปี 62/63 มีพื้นที่เป้าsมายปลูกข้าวเหนียว 16.172 ล้านไร่ คาดการณ์ปริมาณผลผลิต อยู่ที่ 6.142 ล้านตัน

นายวิชัย กล่าวต่อว่า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการเก็งกำไร และค้ากำไรเกินควร รวมทั้งจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า และตั้งราคาสูงโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุ

โดยขอความร่วมมือโรงสีให้จำหน่ายสินค้าในราคาสอดคล้องกับต้นทุน ไม่เอาเปรียบผู้ซื้อและผู้บริโภค รวมถึงหากจำเป็น จะดำเนินการตรวจสอบสต๊อกสินค้า หากพบการกระทำความผิด เช่น มีการกักตุนสินค้า หรือตั้งราคาสูงเกินสมควร ขอให้แจ้งได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES